สรรพคุณยาหอม

สรรพคุณยาทั่วไป สรรพคุณยาหอม ยาแผนโบราณที่อยู่คู่กับสังคมไทย

สรรพคุณยาทั่วไป ยาหอม ยาหอมไทยดีอย่างไร เป็นยาแผนโบราณที่อยู่คู่กับสังคมไทยมากกว่า 3 ศตวรรษ แม้ในปัจจุบันสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก การแพทย์แบบวิทยาศาสตร์ซึ่งรักษาหลาย ๆ โรคให้หายได้อย่างรวดเร็ว

  • ได้รับความนิยมสูงขึ้นจนทำให้ยาไทยแทบทุกชนิดถูกทอดทิ้งและเสื่อมถอยลงแม้ว่ายาหอม ยังคงได้รับความนิยมอยู่บ้างแต่ถูกจำกัดอยู่ในเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะภาพลักษณ์ของยาหอมในความรู้สึกของคนยุคนี้ คือ ความแก่ ชรา
  • โบราณเมื่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรมเปลี่ยนไป ยาฝรั่งและการรักษาโรคแบบตะวันตกเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย ประกอบกับยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศตามแบบตะวันตก วิถีการดูแลสุขภาพแบบตะวันตกที่ต้องมีผลรองรับทางวิทยาศาสตร์ มีสรรพคุณชัดเจนและจับต้องได้ จึงได้รับยกย่องว่าเป็นสิ่งดีงาม
  • มีคุณค่า และน่าเชื่อถือกว่าองค์ความรู้ดั้งเดิมอย่างยาหอม ทั้งที่สรรพคุณของยาหอมจะเข้าไปปรับสมดุลธาตุในร่างกาย ยาหอมจึงไม่ได้เป็นแค่การรักษาแต่ยังเป็นวิธีดูแลสุขภาพอย่างอ่อนโยนที่สุด
  • เพราะไม่มีผลข้างเคียงแต่ไม่อาจต้านทานแรงนิยมยาฝรั่งที่เน้นออกฤทธิ์แรงและได้ผลเร็วเหมาะกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบกลายเป็นสิ่งที่คนเรานึกถึงอันดับแรก ส่วนแพทย์แผนโบราณเป็นเพียงทางเลือกที่ถูกหลงลืมและถูกเมิน ซึ่งถูกตอกย้ำด้วยทัศนคติของคนรุ่นใหม่ต่อยาหอมที่ถูกทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่เชย ล้าสมัย และไม่ได้มาตรฐาน
  • ตำนานยาหอม
  • ว่ากันว่าตำรับยาหอมเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในยุคเริ่มต้นยาหอมถือว่าเป็นของสูง เป็นของหายากที่ใช้กันในหมู่เจ้านายที่มีทรัพย์และมีอำนาจวาสนา เพราะเครื่องยาหลายตัวต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
  • ทั้งยังต้องใช้บริวารจำนวนมากมาบด มาร่อน มาปรุง ให้ได้ยาหอมคุณภาพดี จนรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงปรารภให้กระจายยาดี ๆ ไปตามหัวเมืองทั่วประเทศ เพื่อให้ราษฎรที่อยู่ห่างไกลที่หายาแก้โรคภัยได้ยากภายใต้ชื่อ “ยาโอสถสภา” (ยาสามัญประจำบ้าน)
  • และจัดตั้งตำรับยาตำราหลวงขึ้น ซึ่งมียาหอมเป็นหนึ่งในนั้นปัจจุบัน มียาหอมมากกว่า 500 ตำรับ ซึ่งแต่ละตำรับประกอบไปด้วยสมุนไพร (พืชวัตถุ) มากมายหลายสิบชนิด อาทิ ขิง ดีปลี สะค้าน ช้าพลู เจตมูลเพลิงแดง แห้วหมู เทียน
  • กระวาน กานพลู จันทร์ เปราะ เกสรบัวหลวง ฯลฯ และยังรวมไปถึงสัตว์วัตถุและแร่วัตถุอีกหลายชนิด เช่น

ชะมดเช็ด คือ เม็ดปรวดในตัวค่าง มีฤทธิ์ช่วยขับเสลดหรือเสมหะในระบบทางเดินหายใจ

  • หญ้าฝรั่น เป็นเกสรตัวเมียของดอกหญ้าฝรั่น ซึ่งมีเพียง 3 เส้น ใน 1 ดอก และต้องเก็บถึง 1.6 แสนดอกเพื่อให้ได้น้ำหนัก 1 กิโลกรัม จัดเป็นเครื่องเทศที่มีราคาสูงกว่าทองคำ มีฤทธิ์บำรุงหัวใจ
  • อำพันทอง คือของเหลวที่ขับจากท้องปลาวาฬตัวผู้หลังการผสมพันธุ์ ช่วยบำรุงกำลัง แก้เป็นลม ขับเสมหะเห็ดนมเสือ คือเห็ดที่เกิดจากน้ำนมเสือโคร่งแม่ลูกอ่อนที่คัดไหลลงสู่พื้นดิน เก็บได้จากป่าดินเขา มี

สรรพคุณแก้อาการเหนื่อยเพลีย แก้ไอและบำรุงกำลัง

ทองคำเปลว แก้อักเสบ ลดไข้

พิมเสนเกล็ด เป็นน้ำค้างแข็งในปล้องไม้ไผ่ผสมในเยื่อไม้ ต้องนำเข้าจากประเทศจีนเท่านั้น ซึ่งจะมีกลิ่นและสรรพคุณดีกว่าพิมเสนสังเคราะห์แบบทั่ว ๆ ไปที่มาของชื่อยาหอมนี้มาจากกลิ่นของสมุนไพรในตำรับยาที่ใช้ในการปรุง ส่วนใหญ่จะมีกลิ่นหอมอย่างหญ้าฝรั่น ไม้กฤษณา พิมเสนเกล็ด จันทน์เทศ จันทน์แดง จันทน์ขาว ดอกพิกุล บุนนาค สารภี เกสรบัวน้ำ เปราะหอม เป็นต้น

  • สรรพคุณยาหอม สรรพคุณหลัก ๆ ของยาหอมคือ มุ่งที่ปรับสมดุลของเลือดลมในร่างกาย บำรุงหัวใจ เพราะในร่างกายคนเราจะประกอบไปด้วยธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ถ้าธาตุใดธาตุหนึ่งทำงานผิดปกติก็จะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ กันไป โดย
  • เฉพาะเรื่องของการไหลเวียนของระบบโลหิต ระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาท ซึ่งก็คือธาตุลม ยาหอมมุ่งเข้ารักษาหรือว่าบำรุงธาตุลม คือหัวใจและลมในร่างกายให้ไหลเวียนเป็นปกติ ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย เลือดลมจึงมีความหมายต่อสุขภาพ
  • ค่อนข้างกว้าง จนมีคำกล่าวว่า “โรคเลือดลมมี 500 จำพวก เมื่อเลือดลมเป็นปกติก็ย่อมดีต่อหัวใจและสมอง” ด้วยสรรพคุณเช่นนี้ ในอดีตยาหอมจึงเป็นยาประจำบ้านและนิยมใช้กันทุกเพศทุกวัยในส่วนของสรรพคุณ นอกจากยาหอมจะช่วยแก้อาการปวดมึนศีรษะ เป็นลม วิงเวียน หน้ามืด ใจสั่นแล้ว หากเปิดตำราจะพบว่ายาหอมยังช่วยบำรุง
  • ลมประกัง (ลมที่คั่งหรือขัดที่รอบ ๆ กระบอกตา) ซึ่งนัยยะก็คือ ยาหอมสามารถช่วยรักษาอาการปวดจากไมเกรนได้นอกจากนี้ ยาหอมยังช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ ปวดศีรษะข้างเดียว ความดันโลหิตต่ำ รวมทั้งบำรุงประสาทและบำรุงหัวใจอีกด้วย ที่สำคัญคือ ปัจจุบันมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ถึงสรรพคุณต่าง ๆ ของยาหอมว่า มีผลต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายของเราด้วยยาหอม
  • รับประทานอย่างไรดี วิธีการรับประทานยาหอม ทำได้หลายวิธีทั้งนำมาผสมน้ำต้มสุกชงดื่ม หรือจะเคี้ยว-อมไว้ในปาก อีกวิธีหนึ่งคือทานทั้งเม็ดพร้อมดื่มน้ำตาม จะเลือกรับประทานแบบไหนก็ได้ผล เนื่องจากยาหอมจะลงไปแตกตัวที่กระเพาะอาหารเหมือน
  • กัน แต่วิธีดั้งเดิมและดีที่สุดของการรับประทานยาหอม คือ ผสมน้ำให้ละลายแล้วจิบรับประทาน เพราะนอกจากจะได้สรรพคุณแล้ว ยังทำให้ชุ่มคอ ชื่นใจอีกด้วย แต่รสชาติอาจจะรู้สึกขมนิดหน่อยแต่อย่าลืมว่า “หวานเป็นลมขมเป็นยา” วิธีนี้ได้สุนทรีของรสและกลิ่นของยาหอมมากที่สุด
  • บทพิสูจน์คุณค่าทางวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันนี้ยาหอมไทยเริ่มก้าวไกลสู่โลกาวิวัฒน์ เนื่องจากได้มีการศึกษาพัฒนายาหอมกันอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 สถาบันการแพทย์แผนไทยกระทรวงสาธารณสุขได้หยิบเอายาหอมมาศึกษาวิจัยสรรพคุณใหม่
  • รวมทั้งทบทวนงานวิจัยเดิมทั้งหมดเกี่ยวกับยาหอมซึ่งเคยศึกษากันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515การพัฒนายาหอมในขั้นต้นนี้ เป็นการศึกษาสรรพคุณตามวิธีการทางการแพทย์เภสัชแผนใหม่ โดยความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรม
  • วิทยาศาสตร์การแพทย์ นักวิชาการด้านการแพทย์ เภสัชจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์แผนไทยและสมาคมผู้ผลิตยาแผนไทย

ผลสรุปจากงานวิจัยสมัยใหม่ที่ยืนยันความมหัศจรรย์ของภูมิปัญญาไทยด้านสมุนไพรตำรับยาหอมมีดังนี้